Home » เลือดเดือนกับการฝืนทน

เลือดเดือนกับการฝืนทน

by หลังบ้าน
ปวดท้องและเมื่อยล้า เขาให้ค่าเป็นขี้เกียจและขี้บ่น ทน ทน ทน...

—บทกวีโดย ศรัทธารา

บทสนทนาของเราเริ่มต้นจากเรื่องเลือดเดือน

ไม่นานมานี้ฉันได้คุยกับพี่ศิ ซึ่งเป็นชาวปกาเก่อญอ เธอเป็นแม่ลูกสาม เป็นเมีย และเป็นนักกิจกรรมด้านเยาวชนและผู้หญิงในชุมชน เธอมีความฝัน มีความหวังอยากให้เยาวชนในชุมชนได้รู้จักวิถีชิวิตและรากเหง้าของตัวเอง

พี่ศิมีเลือดเดือนครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี เธอรู้จักสิ่งที่เรียกว่าปวดท้องเมนส์ตั้งแต่เป็นวัยรุ่น และจะปวดหนักในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว โดยจะปวดช่วงเอวลงมาจนล้าหมดแรง ถ้าไม่ใช่ช่วงทำนาก็ไม่มีปัญหานัก เธอเลือกทำงานเบาๆ ได้ แต่ถึงหน้านา จะตากแดดตากฝน เธอก็ต้องทำ เพราะผู้หญิงปกาเก่อญอทุกคนทำเช่นนี้ ปวดก็ทน ยกเว้นว่าไม่ไหวจริงๆ จึงขอพัก

“ถ้าปวด แต่เดินไหว ไม่มีใครบอกว่าหยุดเถอะ
ผู้ชายก็มองว่าคนที่ไม่ไหวขี้เกียจ อธิบายก็ไม่เข้าใจ
เรื่องพวกนี้ผู้หญิงก็จะไม่ค่อยพูดในที่สาธารณะ
เพราะคนมองว่าสกปรก เป็นเรื่องไม่ดี เป็นเรื่องน่าอาย
เป็นเรื่องเฉพาะของผู้หญิง”

พอเข้าสู่วัยสาวและแต่งงาน เธอก็ย้ายมาอยู่กับครอบครัวของสามี และกลายเป็นคนที่มีหน้าที่ดูแลจัดการทุกอย่างในบ้าน เป็นแม่บ้าน เป็นแม่ครัว เป็นคนรับใช้ ทำนา ทำงาน ฯลฯ มีลูกต้องดู มีสามี มีพ่อแม่สามี เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าการมีครอบครัวจะเป็นงานหนักจนกระทั่งได้มาประสบด้วยตัวเอง นอกจากนี้มันยังเป็นงานที่ไม่ค่อยมีใครมองเห็น แม้แต่คนในบ้านด้วยกันเอง

“เราฟังจากแม่หลายคน คนที่เป็นแม่ เวลาคนในบ้านป่วยไม่สบาย แม่จะเป็นพยาบาล เป็นแม่ครัว หาอาหาร หาหยูกยามาดูแล แต่วันไหนเราไม่สบาย เราต้องหาอาหารกินเอง ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องขอร้องให้เขามาทำให้ ไม่มีใครมาดูแลเรา พี่รู้สึกว่าผู้หญิงเจอเรื่องนี้เยอะ มันต้องอดทนที่สุดเลยการเป็นแม่เนี่ย เมื่อก่อนที่ยังไม่เป็นก็ไม่รู้สึกนะ แล้วการยืนยันตัวตนเวลาป่วย ไม่ค่อยมีใครเชื่อและใส่ใจ ถ้าไม่ป่วยหนักจริงๆ สามีและลูกจะบอกว่าเราขี้บ่นอย่างงั้นอย่างนี้ แต่เราไม่มีความสุขหรอกที่บ่น แต่ถ้าไม่พูดอะไรเลย มันยิ่งไม่มีใครทำอะไรเลย แล้วการต้องทำอยู่คนเดียวมันก็เกินไป”

ภาระของเธอหนักมากขึ้นเมื่อแม่ของสามีป่วยเกือบเป็นผู้ป่วยติดเตียงในหลายปีที่ผ่านมา เธอมีหน้าที่ทั้งดูแลทั้งผู้สูงอายุและเด็กๆ ในบ้าน ต้องทำความเข้าใจวัยเด็ก วัยรุ่น และดูแลคนแก่ ทว่าคนตรงกลางคนนี้ก็มีหัวใจ มีสุขภาพ มีชีวิตของตัวเองที่ต้องดูแลอยู่เหมือนกันนะ พี่ศิว่า

เธอเล่าให้ฟังว่าเมื่อปีที่แล้ว แม่สามีของเธอเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ ในขณะนั้นเธอปวดท้องและรู้ตัวว่าร่างกายตัวเองไม่ปกติ แต่ก็ไม่กล้านัดหมอ จึงผัดผ่อนไป รอให้เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จก่อน รอให้อะไรเข้าที่เข้าทางก่อน จนสุดท้ายเธอเพิ่งได้ไปตรวจและพบก้อนนิ่วในถุงน้ำดี และต้องผ่าตัดออกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

เรื่องที่น่าน้อยใจและบั่นทอนกำลังใจของพี่ศิไม่ใช่การต้องเจ็บป่วยหรือต้องรอนาน แต่คือเรื่องที่ว่า แม้เธอจะผ่าตัดและกลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้ว แต่สามีและคนในครอบครัวมักทิ้งหน้าที่ของผู้ดูแลให้เธอต้องทำอยู่เสมอ โดยไม่คิดถึงจิตใจและร่างกายของเธอที่ต้องการการฟื้นฟูเช่นกัน

ภาวะของการแบกรับเหล่านี้จึงส่งผลกระทบต่อร่างกาย และแน่นอนจิตใจ มันทำให้เธอห่วงหน้าพะวงหลัง หมดพลัง หดหู่ เพราะหลายครั้งก็ต้องละทิ้งงานที่ตัวเองรักคือการเป็นนักกิจกรรม โกรธและเหนื่อย เพราะไม่ได้รับการรับฟังและเห็นคุณค่า อย่างไรก็ดีก็รู้สึกผิดทุกครั้งที่เหนื่อยและเผลอตวาดแม่สามี

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดแต่เฉพาะกับพี่ศิ ไม่ว่าสถานการณ์จะหนักหรือเบากว่า หลายบ้านมีพ่อแม่ที่แก่เฒ่า คนป่วย คนพิการ และผู้ดูแลส่วนใหญ่คือผู้หญิง พวกเธอเป็นมือที่ยื่นออกไปช่วยเหลือคนอื่น แต่กลับไม่มีมืออื่นมากนักที่เข้ามาสนับสนุนเธอ หลายคนต้องออกจากงาน ออกจากความมั่นคง ละทิ้งความฝัน

มือที่แบกรับเหล่านั้นกางออกทันทีเพื่อโอบรับคนอื่น แต่เราจะกางมือแบบนั้นได้อีกนานเท่าไหร่กัน หากลองค้างมือตัวเองเพื่อแบกถืออะไรไว้สักครู่ เราจะพบว่าไม่นานก็เริ่มสั่นเกร็ง ต้องการเอาลง ต้องการพัก ต้องการอิสระให้มือของเราได้ไปทำอย่างอื่น

ฉันย้อนคิดถึงผู้ดูแลของหลายบ้าน มือของพวกเธอทำงานตามความคาดหวังในฐานะผู้หญิง ในฐานะแม่ เมีย หรือลูกสาว ในขณะที่มันไม่ค่อยได้ทำหน้าที่ดูแลเจ้าของ โดยเฉพาะในช่วงที่มีเลือดเดือนหรือเหนื่อยล้า สักเท่าไหร่

ฉันในฐานะผู้ดูแลและคนมีเลือดเดือนคนหนึ่งบอกตัวเองอีกครั้ง เราไม่จำเป็นต้องฝืน หรืออดทนเอาไว้อยู่ตลอดเวลา โลกบอกเราเช่นนั้นมามากพอแล้ว หากมันมากเกินไป ไม่วันใดวันหนึ่ง เรานี่ละที่จะเป็นผู้ป่วยเสียเอง มือของเราก็อยากพัก และเราเองก็ต้องการการดูแลเช่นกัน

ผู้เขียน : พรรัตน์ วชิราชัย

นักเขียนที่ถนัดงานสัมภาษณ์ สนใจประเด็น feminist ความเป็นธรรมทางเพศ ประเด็นสุขภาพจิต ฯลฯ ชอบดูซีรีย์และเดินทางเวลาเหนื่อย

บรรณาธิการ : เต๋า ศรัทธารา หัตถีรัตน์

นักกิจกรรม เลสเบียน เฟมินิสต์ คนเคยทำแท้ง

ภาพ : Phatchuhi

นักวาดภาพประกอบ กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ ผู้สนใจพัฒนาการและความต้องการเด็ก รวมถึงหนังสือภาพสำหรับเด็ก

บรรณาธิการภาพ : วิจิตรา

ตรา เป็นนักออกแบบการเรียนรู้ ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารทำความเข้าใจตัวเองและผู้อื่น เธอเชื่อว่าคนทำงานเปลี่ยนแปลงสังคมจำเป็นต้องมีชีวิตที่ดี แต่ชีวิตที่ดีเป็นแบบไหน เธอกำลังหาคำตอบอยู่

You may also like