Home บทความคุยกับเธอ X หลังบ้าน การเดินทางของจิ๋มที่เคยล็อก

การเดินทางของจิ๋มที่เคยล็อก

by หลังบ้าน
“เรามีความฝันว่าอยากมีลูก อยากมีครอบครัวมาตลอด จนเราอายุ 28 ปี ได้เรียนต่อต่างประเทศ มีแฟนที่นู้น ก็คิดว่าอายุเท่านี้เราควรเรียนรู้เรื่องเซ็กซ์ได้แล้วละ เลยลองทำกับแฟน ปรากฏว่าของเขามันเข้าไม่ได้ พยายามแหวกยังไงก็ไม่เข้า อือๆ ก็ไม่เป็นไร คงเป็นเพราะครั้งแรก ก็ทำกันข้างนอกแทน แต่ไม่ว่าจะพยายามกี่ครั้งก็ไม่สำเร็จ หลายครั้งหลังการมีเซ็กซ์ เราร้องไห้น้ำตาเปียกหมอน แม้เขาจะบอกว่าไม่เป็นไรนะ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้คุยเรื่องนี้กันแบบเปิดอกเลย ตอนที่เลิกกันเลยไม่แน่ใจว่าเลิกกันเพราะเรื่องนี้หรือเปล่า

หลังจากนั้นเราก็แสวงหาโอกาสที่จะมีอะไรกับใครมาเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีไม่ได้ ไม่ว่ากับใครก็ตาม มันเจ็บมาก เวลาเราเปิดหนังสือเกี่ยวกับอนาโตมี่ของจิ๋มที่มีแคมนอก แคมใน เยื่อพรหมจรรย์ ซึ่งเป็นรูปภาพที่แสดงความหลากหลายของจิ๋มแบบต่างๆ หนังสือก็แนะนำให้ส่องกระจกดูว่าจิ๋มเราเหมือนหรือต่างกับที่เขาอธิบายอย่างไร เราก็เอากระจกมาส่องดู เฮ้ย มันไม่เหมือนอะไรที่เขาอธิบายเลยว่ะ เราหารูไม่เจอ มันเหมือนไม่มีทางเข้า ส่วนที่ควรเป็นรูก็เป็นก้อนสีขาวๆ เราผิดปกติอะไรหรือเปล่า ตอนนั้นเลยโทรหาพี่ที่สนิทว่าจิ๋มหนูเป็นอะไรไม่รู้พี่ มันไม่มีรู แล้วก็ร้องไห้ เพราะไม่ว่าพยายามเอาอะไรเข้าไป นิ้วหรือคอตตอนบัดก็เข้าไม่ได้ หลังจากนั้นเราเลยมาหาหมอสูตินรีเวชที่ไทยซึ่งเป็นผู้หญิงมีอายุหน่อย เราก็ปรึกษาว่าเราหารูไม่เจอ มีเซ็กซ์ไม่ได้ ทำอย่างไรดี เขาก็ให้เราขึ้นขาหยั่ง แล้วอยู่ๆ หมอก็เอานิ้วแหย่เข้าไปนิดนึง แล้วก็บอกว่าไม่มีอะไรนะคะ มีรูปกติ เราก็กลับบ้านไปแบบงงๆ โดยที่ไม่ได้อะไรเลย รู้แค่มีรู พอปรึกษาแม่กับพี่สาวเขาก็บอกว่าเราคิดไปเอง

ระหว่างนั้นเราก็เริ่มอ่านหนังสือชื่อ 10 steps Completely overcome Vaginismus ซึ่งเป็นหนังสือที่ทำให้เราเริ่มเข้าใจเรื่องจิ๋มล็อก (ภาวะช่องคลอดหดเกร็ง) ในหนังสือเล่มนั้นเขาก็พาเราไป explore มุมมองเรื่องเพศของเรา พ่อแม่และศาสนาสอนเรื่องเพศอะไรกับเราบ้า

ระหว่างนั้นเราก็เริ่มอ่านหนังสือชื่อ 10 steps Completely overcome Vaginismus ซึ่งเป็นหนังสือที่ทำให้เราเริ่มเข้าใจเรื่องจิ๋มล็อก (ภาวะช่องคลอดหดเกร็ง) ในหนังสือเล่มนั้นเขาก็พาเราไป explore มุมมองเรื่องเพศของเรา พ่อแม่และศาสนาสอนเรื่องเพศอะไรกับเราบ้าง
– เราพบว่าเราถูกปลูกฝังความกลัวเกี่ยวกับจิ๋มเยอะมาก –
ภาพติดตาคือวีดีโอแม่คลอดลูกในวิชาพระพุทธศาสนาที่พระเปิดให้ดู มันมีหัวเด็กโผล่ออกมา มีเลือดไหลพลั่กๆๆ ออกมาไม่หยุด มีเสียงร้องโหยหวน เราเลยฝังใจว่าการมีเซ็กซ์และการมีลูกจะนำมาสู่ความเจ็บปวดแบบสุดชีวิต แล้วมันกลัวจริงๆ กลัวจนไม่อยากจะนึกอะไรเกี่ยวกับตรงนั้นเลย เราโตมากับการเกลียดอวัยวะเพศชาย เวลาดูหนังโป๊ พอเห็นอวัยวะเพศชายปั๊ป เราจะหมดอารมณ์ทันที จนได้มาเห็นของแฟนครั้งแรกถึงเริ่มรู้สึกว่าไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น แต่ก็ยังกลัวที่จะให้อะไรเข้ามาข้างในเรา จนเราไปอ่านประสบการณ์จิ๋มล็อกที่เป็นภาษาอังกฤษในเน็ต มันทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าหลายคนหายเพราะได้เจอผู้เชี่ยวชาญ เราจึงพัฒนาความเข้าใจว่า เออ จิ๋มเรามันไม่ใช่ไม่มีรูนะ แต่กล้ามเนื้อตรงช่องคลอดมันมีพลังมาก หดเกร็งมากจนเอาอะไรเข้าไปไม่ได้ หนังสือก็สอนวิธีผ่อนคลายและขมิบกล้ามเนื้อตรงจิ๋ม ถึงจุดนึงก็เริ่มเข้าใจว่าจะอยู่กับมันอย่างไรโดยไม่ต้องไปเอาชนะความต้องการของตัวเอง
“พอเราเอานิ้วเข้าไป เราจะเจอความเอียง
เข้าไปอีกหน่อยถึงเจอความขรุขระ…
รู้จักร่างกายตัวเอง …
ทำอย่างไรให้จิ๋มมีความสุขโดยที่ไม่ฝืน”
ช่วงอายุ 35 เรารู้สึกยอมแพ้กับการมีลูกนิดๆ และอยากสำรวจความสนใจเรื่องเพศของตัวเอง เลยลองมีแฟนผู้หญิง แฟนคนนี้เขาใจเย็นกับเราเรื่องเซ็กซ์มากๆ ซึ่งการมีเซ็กซ์โดยที่ไม่มีใครหวังว่าใครจะเข้าไปในร่างกายของใคร แค่ทำให้อีกฝ่ายมีความสุขมากที่สุด มันเปิดโลกของเราสุดๆ เขามีความสุขที่ได้ให้ ส่วนเราก็มีความสุขที่ได้รับ มันทำให้เข้าใจว่าร่างกายของผู้หญิงถึงจุดสุดยอดได้เรื่อยๆ อย่างไม่มีสิ้นสุด เราเคยลองทำกับเขาเป็นชั่วโมงๆ แล้วมันทำได้เรื่อยๆๆๆๆๆ จนถึงจุดที่เราเมาสารความสุขที่หลั่งออกมา เป็นประสบการณ์ออกัสซั่มที่ทะลุโลกไปเลย แล้วเขาก็สอนเราให้ explore จิ๋มของเราผ่านนิ้ว พอเราเอานิ้วเข้าไป เราจะเจอความเอียง เข้าไปอีกหน่อยถึงเจอความขรุขระตรงนี้ที่เป็น G-spot มันเป็นจุดที่เราไม่เคยสัมผัส เพราะมีอะไรข้างนอกตลอด เหมือนเขารู้จักร่างกายตัวเองดีและรู้จักจิ๋มอีกมากมาย เขารู้ว่าจะทำอย่างไรให้จิ๋มมีความสุขโดยที่ไม่ฝืน ประสบการณ์นี้ทำให้เรารู้สึกว่า ความเป็นผู้หญิง ความจิ๋ม ความมดลูก มีพลังมหาศาลไม่สิ้นสุด และเซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องบาป แต่เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างความสุขให้กันได้อย่างมหัศจรรย์

ตอนที่มีแฟนเป็นผู้หญิง เราก็บอกเขาตลอดว่าเราอยากมีลูก เขาสนใจมีลูกด้วยกันไหม เราพบว่าการมีแฟนเป็นผู้หญิงและอยากมีลูกด้วยกันเป็นเรื่องยากมาก กฎหมายกำหนดให้ผู้หญิงต้องรับอสุจิจากคนที่แต่งงานด้วยเท่านั้น ฉะนั้นถ้าเราต้องเดินทางไปขอรับบริจาคอสุจิ ผสมเทียมที่ต่างประเทศ และอยู่จนกว่าครรภ์จะแข็งแรงถึงกลับไทยได้ ซึ่งใช้เงินยอะมากๆๆ สุดท้ายพอเลิกกับแฟนผู้หญิง เราเลยเริ่มคบหาแฟนผู้ชาย

เวลาเราคบใครเราจะบอกทุกคนว่าเราอยากมีลูก พอสนิทใจมากขึ้นก็คุยเรื่องที่มีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ จนได้เจอกับแฟนคนปัจจุบันที่เข้าใจและยินดีช่วยกันหาวิธีแก้ปัญหา ไปปรึกษาหมอ ไปตรวจสุขภาพว่าเราและเขาจะมีลูกกันได้ไหม จนเจอหมอคนหนึ่งพูดว่าไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์แบบไหน อย่างไรก็ต้องมีเครื่องมือทางการแพทย์สอดเข้าไปในช่องคลอดอยู่ดี มันทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าเราอยากมีลูก เราต้องก้าวข้ามเรื่องจิ๋มล็อกนี้ไปให้ได้ ไม่มีทางเลือกอื่น เรากับแฟนเลยพัฒนาความรู้สึกไว้วางใจต่อกันระหว่างมีเซ็กซ์ว่าเขาจะไม่ทำให้เราเจ็บ จะไม่ฝืนถ้าเราไม่พร้อม จนวันหนึ่งก็เอาเข้าไปได้ … โห ครั้งแรกคือเปลี่ยนโลกเลย แทบจะจุดพลุ มีเลือดออกมา ทำให้เราเข้าใจว่าเรามีเยื่อพรหมจรรย์ที่หนา เพราะหลังจากนั้นก็เข้าได้ง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะเข้าได้ มันเป็นจังหวะ เป็นความรู้สึก ช่วงรอบเดือน ช่วงไข่ตก ความเกร็ง ความชุ่มชื้นของร่างกาย วันที่เอาเข้าไปได้คือวันที่ร่างกายจิตใจเราพร้อมที่จะโอบรับสิ่งต่างๆ

มองย้อนกลับไป เราอยู่กับเรื่องนี้มา 10 ปี ตั้งแต่อายุ 28-38 เลยอยากเล่าให้คนที่เจอปัญหาเดียวกันฟัง เพราะจิ๋มล็อกหายได้ ไม่ต้องเป็นตลอดชีวิต แต่หายได้ด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่หายได้ด้วยการบังคับ มันจะมีทั้งวันที่โอเค ไม่โอเค เปิด ไม่เปิด
มันมีทั้งวันที่จิ๋มพร้อม ไม่พร้อม เกือบๆพร้อม
เราทั้งคู่ต้องใจเย็นและเข้าใจการเปลี่ยนไปเรื่อยๆของจิ๋ม
และจิ๋มของเราไม่ใช่ที่รองรับจู๋ของเขา
จิ๋มมีชีวิตของเขาที่ต้องเข้าอกเข้าใจ
เช่นเดียวกับจู๋ มีวันที่แข็งง่าย แข็งยาก หลั่งเร็ว หลั่งช้า แต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน จึงอยากให้ทุกคนเจอคู่ที่เข้าใจเราและเข้าใจจิ๋มของเรา

เมื่อต้นปีที่แล้วเราแต่งงานกับแฟนและวางแผนจะมีลูกด้วยกัน ถือเป็นช่วงที่ได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งการดูจังหวะไข่ตก การไปหาหมอ การตรวจภายในที่ทำให้รู้จักร่างกายตัวเองเยอะมาก เราได้ตรวจอัลตราซาวด์โดยใช้เครื่องมือแยงเข้าไปดูข้างในมดลูก หมอพาไปดูว่านี่คือปีกมดลูกซ้าย นี่คือท่อนำไข่ นี่คือไข่ซึ่งตกครั้งละ 3-4 ใบ แต่จะแข็งแรงจริงๆแค่ใบเดียว โอ้ เรารู้สึกว่าเรามาไกลมากเลย เรายอมให้อะไรเข้าไปจนถึงมดลูกและปีกมดลูกได้แล้ว เราพร้อมจะมีลูกแล้ว ซึ่งเดือนที่ผ่านเราก็พบว่าตัวเองท้องลม หมอบอกเราว่าไข่ของผู้หญิง พออายุเยอะขึ้น จะเสื่อมคุณภาพลง เหมือนผู้หญิงเราได้รับเมล็ดพันธุ์มาเป็นไข่ที่ตกทุกเดือนตั้งแต่เราเกิด ซึ่งถ้าเราเก็บเมล็ดไว้นานๆ ความเป็นไปได้ที่จะงอกก็น้อยลง มันอาจจะขึ้นมาได้หน่อยเดียว แล้วก็ไม่โตต่อ ซึ่งนอกจากไข่หรือเมล็ดพันธุ์ ดินและสภาพแวดล้อมก็สำคัญ ฉะนั้นความแข็งแรงของร่างกาย เลือดที่ไหลเวียน อาหารและการพักผ่อนของเรา ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ชีวิตที่ฝังลงไปเติบโตได้ เราเลยรู้สึกว่าร่างกายผู้หญิงเหมือนต้นไม้ ซึ่งไม่ใช่ว่าเราหว่านเมล็ดลงไป มันจะโตได้เอง เราต้องดูแล บำรุง นอนให้พอ ไม่เครียดเกินไป ซึ่งเราคิดว่าตอนนี้จะมีลูกหรือไม่มีก็ไม่เป็นไร ขอให้เราได้พยายาม ถ้ามีใครอยากมาเกิดก็มาได้เลย เราพร้อม แต่ถ้าร่างกายเราไม่พร้อมให้เขาเกิดมาอย่างแข็งแรงก็ไม่เป็นไร

วันนี้จิ๋มเราอายุ 39 ปีแล้ว ผ่านชีวิตมาเยอะเลย สำหรับเรา จิ๋มเป็นอีกชีวิตที่โตไปพร้อมๆกับเรา มีความคล้ายๆแมว บางทีเราก็เข้าใจ บางทีก็ไม่เข้าใจ เธอเป็น introvert นิดๆ และจะเปิดเผยตัวตนกับคนที่ไว้ใจเท่านั้น ซึ่งพอเจอคนที่ไว้ใจก็เปิดตัวตนแบบ โอ้ ว้าวๆๆ มีอะไรให้แปลกใจได้ตลอด ตอนนี้เป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้ว ไว้ใจโลกนี้มากขึ้น เปิดตัวเองกับเรื่องราวใหม่ๆ มากขึ้น”
“คุยกับจิ๋ม” เป็นโปรเจ็คใหม่ที่ “คุยกับเธอ” อยากลองสร้างบทสนทนากับคนในสังคม เนื่องจากเรื่องเพศ เป็นเรื่องที่ผู้หญิงกังวล เป็นเรื่องต้องห้าม เรื่องต่ำ เรื่องข้างล่าง ซอกตรงกลางหว่างขาที่แม้แต่เราเองก็ไม่กล้าล่วงล้ำก้ำเกิน จึงขอลองเปิดบทสนทนานี้กับผู้คนเพื่อเรียนรู้จากกันและกัน โดยเชื่อว่าหัวข้อดังกล่าว ท้าทาย มีพลัง และเปราะบาง มีหลากหลายด้านที่น่าสำรวจ ทั้งจิ๋มที่สุขสมและอิ่มเอม จิ๋มกับเรื่องอำนาจในความสัมพันธ์ จิ๋มกับการถูกห้ามพูด จิ๋มที่ถูกล่วงละเมิด จิ๋มที่เป็นอัตลักษณ์ทางเพศ จิ๋มในฐานะสุขภาพ ประจำเดือน ฮอร์โมน การมีลูกไปจนถึงการทำแท้ง จิ๋มในมุมของพลังชีวิต จิตวิญญาณที่โอบรัดทุกอย่างไว้ จิ๋มที่ถูกกักกัน และจิ๋มที่เป็นอิสระ

บทความ : Talk2Her

เพจสัมภาษณ์ที่เปิดพื้นที่การสนทนากับผู้หญิงและผู้คนที่เปิดใจโดยไม่จำกัดเพศ วัยและสถานะทางสังคม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมพลังและสร้างพลังใจให้ผู้เล่าและผู้อ่าน

You may also like

Leave a Comment