Home Highlight วิธีการฟื้นฟูดูแลตัวเองจากภาวะจมดิ่งหมดพลัง

วิธีการฟื้นฟูดูแลตัวเองจากภาวะจมดิ่งหมดพลัง

by หลังบ้าน

จิตใจที่ไม่สบาย เมื่อต้องเผชิญเรื่องสะเทือนใจ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่ง หรือเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง จิตใจและอารมณ์ของเราทำงานหนัก จึงอาจเสียสมดุล หมดพลัง หรือจมดิ่งไปกับความรู้สึกลบๆ และเกิดความเจ็บป่วยทางสภาพจิตใจและอารมณ์ได้ ซึ่งมักเกิดร่วมกับการเจ็บป่วยทางร่างกาย แต่บ่อยครั้งความไม่สบายทางจิตใจจะถูกมองข้ามหรือละเลย

ความเจ็บป่วยทางใจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับนักปกป้องสิทธิ คนที่ทำงานกับความทุกข์ยากทางสังคม และคนที่ถูกผลักให้เป็นชายขอบ ไม่ใช่ความผิดปกติ ไม่ใช่ความอ่อนแอ และไม่ได้เกิดจากการคิดมากไปเอง เป็นสิ่งที่เกิดจากความเหนื่อยล้ากับการทำงานที่ควรให้ความใส่ใจ ความไม่สบายทางจิตใจและอารมณ์หายได้ และควรใส่ใจดูแล ไม่ต่างจากการดูแลสุขภาพทางร่างกาย จิตใจและอารมณ์คือฐานที่สำคัญอย่างยิ่งของการมีสุขภาพองค์รวมที่ดี


วิธีด้านล่างนี้จะเป็นวิธีที่จะช่วยให้เราดูแลฟื้นฟูตัวเองจากสภาวะความเจ็บป่วยทางใจ

1. เล่าระบายกับคนที่เราไว้วางใจ หรือทำกลุ่ม ชวนเพื่อนที่มีปัญหาแบบเดียวกัน มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และรับฟังซึ่งกันและกัน โดยไม่ตัดสิน ไม่ถามเพราะอยากรู้ ไม่มีการแนะนำสั่งสอนกัน แต่ให้ผู้ประสบปัญหาได้มีพื้นที่ระบายความรู้สึกที่เก็บไว้ภายในใจออกมา หรือเข้ารับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดเยียวยา

2. ให้เวลากับตัวเองได้ใคร่ครวญ ทำความเข้าใจเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหา (ใคร่ครวญเมื่อใจว่าง ผ่อนคลายแล้ว)

3. ยอมรับความจริง เมื่อทำความเข้าใจเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา วางแผนจัดการปัญหาแล้ว ขอให้เตือนตัวเองให้ปล่อยวาง ในกรณีที่เรายังไม่สามารถลงมือทำได้เพราะเงื่อนไขปัจจัยบางอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ตระหนักว่าเราจัดการปัญหาภายใต้เงื่อนไขที่เราสามารถทำได้อย่างเต็มศักยภาพแล้ว

4. สื่อสารด้วยใจ ให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าการกระทำ พฤติกรรม หรือคำพูดของเขา ส่งผลให้เรารู้สึกอย่างไร และส่งผลกระทบต่อเราอย่างไรบ้าง (เพื่อคลี่คลายความรู้สึกที่เก็บไว้ในใจ เช่น ความรู้สึกผิด โกรธ น้อยใจ ฯลฯ) หรือสื่อสารเพื่อขอโทษหรือขอบคุณอีกฝ่าย

5. ทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ เช่น อยู่กับธรรมชาติ ทำสวน ทำอาหาร ทำงานบ้าน จัดบ้านใหม่ เล่นดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ ฟังเพลงที่ทำให้มีพลังหรือทำให้ใจสงบ ดูหนังที่ทำให้ผ่อนคลาย ทำงานฝีมือ ทำงานศิลปะ นอนพักผ่อน เล่นกับเด็ก เล่นกับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ

6. เขียนบันทึกหรือเขียนระบาย

7. ออกกำลังกาย เช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน โยคะ ฯลฯ

8. เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เช่น ศิลปะป้องกันตัว ศิลปะบำบัด การสื่อสารเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง เป็นต้น

9. จัดการความเครียดในร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อ ข้อต่อผ่อนคลาย ระบบไหลเวียนเลือดดี เช่น นวด อบสมุนไพร แช่น้ำแร่-น้ำพุร้อน แช่น้ำอุ่น

10. ทำงานอาสาช่วยเหลือคนที่เขาทุกข์กว่าเราเพื่อทำให้รู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น

11. ฝึกหายใจลึก เพื่อปรับให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานอย่างสมดุลขึ้น

12. สวดมนต์ตามความเชื่อของตัวเอง การเปล่งเสียงมนตราอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง จะสร้างคลื่นเสียงที่ช่วยปรับความสมดุล

13. พาตัวเองออกจากสถานการณ์ปัญหานั้นชั่วคราวหรือถาวร เช่น ไปท่องเที่ยว ลาออกจากงาน-ออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษไม่เกื้อกูลชีวิตให้เติบโตภายใน หรือไม่ก้าวหน้าในชีวิต


ทั้งหมดนี้ สามารถทำควบคู่ไปกับ “ภาพวาดระบายสีการดูแลตัวเอง” ด้านล่างนี้ที่พัฒนาขึ้นโดยเครือข่ายนักกิจกรรมที่ทำงานเพื่อความสุขและสุขภาพของนักกิจกรรม ใช้สำหรับดูในภาพรวมว่า ตัวเราเองจะมีวิธีดูแลตัวเองยังไงได้บ้าง เพื่อให้เราติดกับกับความรู้สึกแย่น้อยลง

นอกจากนี้ ภาพวาดระบายสีการดูแลตัวเอง ยังสามารถทำควบคู่ไปกับ แบบทดสอบ wellbeing 10 ด้าน เมื่อทำแบบทดสอบเสร็จแล้ว ก็หาวิธีดูแลตัวเองเพื่อเติมความสุขในแต่ละด้านได้ จะได้เห็นว่า เราสามารถหาวิธีดูแลตัวเอง เพื่อให้สมดุลความสุขเรากลับคืนมาได้

ว่าแล้วก็ เอามือแตะบนกระดาษ รับรู้ความรู้สึกที่มือ แล้วเตรียมตัวรดน้ำให้ดอกไม้ ฟื้นความสุขของพวกเรากัน

You may also like

Leave a Comment