Home Highlight เราจะดูแลตัวเองยังไงในสถานการณ์การเมืองแบบนี้

เราจะดูแลตัวเองยังไงในสถานการณ์การเมืองแบบนี้

by หลังบ้าน

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุ กับเพื่อนเราที่ยังคงไม่ได้รับสิทธิประกันตัว สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตัวเราที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์/ข่าวสารที่มีผลให้หดหู่ สิ้นหวังไม่พ้นแต่ละวัน หรือกระทั่งรู้สึกตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย พาให้เหนื่อยล้ากายใจ หรือหมดพลัง ในสถานการณ์การเมืองสังคมเช่นนี้ เราจะดูแลตัวเองยังไงให้ไม่หมดพลังไปเสียก่อน และยังคงพลังของเราไว้อยู่ได้

1. เราเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหว เรามีเพื่อนร่วมทาง อาจมีเรื่องทำให้ท้อแท้ใจ แต่เรากำลังทำในสิ่งที่มีความหมาย

ระลึกไว้เสมอว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวที่สืบเนื่องต่อมาไม่เคยสิ้นสุด ที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีเพื่อนร่วมทางเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และแม้สถานการณ์ในวันนี้จะน่าท้อแท้หรือยากเข็ญ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและผู้คนไม่เคยหยุดอยู่กับที่ เพื่อนของเราและเรามีกันและกัน และกำลังทำสิ่งที่มีความหมายมากๆ

2. เราต่างยังทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ด้วยวิธีการที่หลากหลาย การคิดว่าเราทำอะไรไม่ได้ หรือยังทำได้น้อยไป เป็นการบั่นทอนพลัง เส้นทางการเปลี่ยนแปลงนั้นยาวไกล แม้สิ่งที่เราทำจะเล็กน้อยแต่ได้สร้างแรงกระเพื่อมแห่งการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว

ระลึกว่าเรายังทำประโยชน์ได้แน่นอน และการทำประโยชน์ของเราแต่ละคนมาต่างเวลาและสถานที่ การที่เรารู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้ หรือยังคงทำน้อยไป บางครั้งบั่นทอนมากกว่าสร้างพลังให้ทั้งเราและเพื่อน ทำเท่าที่ร่างกายและจิตใจจะอำนวย การต่อสู้ของเราไม่ได้จบวันนี้ ทุกครั้งที่เราทำบางอย่าง แม้จะเล็กน้อย เราได้สร้างแรงกระเพื่อมแห่งการเปลี่ยนแปลงขึ้น

3. ความมั่นคง สุขภาพดี พักผ่อนเพียงพอ จิตใจปลอดโปร่ง คิดสร้างสรรค์ได้มากของตัวเรา เป็นสิ่งจำเป็นในถานการณ์ที่เร่งร้อนนี้

เชื่อไหม สถานการณ์ที่เร่งร้อนยิ่งเรียกร้องตัวเราที่มั่นคงและสุขภาพดี ตัวเราในสภาพที่พักผ่อนเพียงพอ จิตใจปลอดโปร่ง ย่อมคิดอะไรดีๆ ได้อีกมาก นอนให้พอ

4. เมื่ออยู่ในวังวนของข่าวในโซเชียลมีเดีย คอยสังเกตสัญญาณทางร่างกาย ที่อาจล้า ตึง ปวดหัวหรือเนื้อตัว และสัญญาณทางอารมณ์ ที่อาจเศร้า โกรธ กังวล สัญญาณเหล่านี้เตือนให้เราพัก ปิดหน้าจอ ลุกไปทำอย่างอื่น เพื่อตั้งหลักทำให้ตัวเองสดชื่นขึ้น

คอยรู้ตัวเองเวลาเริ่มถูกดูดเข้าไปอยู่ในวังวนของข่าวบนโซเชียลมีเดีย ถ้ามันเริ่มไม่ให้ประโยชน์กับเราหรือใคร ปิดหน้าจอ ลุกไปทำอย่างอื่น เช่น อาบน้ำ เล่นกับสัตว์เลี้ยง เดินไปดูต้นไม้ พูดคุยกับแฟนหรือเพื่อน ทำกับข้าว

5. ร่างกายของเรามีพลังในการดูแลจิตใจ ใช้การขยับร่างกายเพื่อดูแลตัวเอง ยกแขนขึ้นลง เหยียดตัว เอี้ยวตัว ก้มตัว ยืดขา พร้อมกับหายใจไปด้วย การใส่ใจอยู่กับร่างกายเป็นการเปิดโอกาสให้สมองและความรู้สึกของเราได้พักและฟื้นฟู

ขยับร่างกายบ่อยๆ ร่างกายมีพลังในการดูแลจิตใจ ยกแขนขึ้นลง เหยียดตัว เอี้ยวตัว ก้มตัว ยืดขา วนไป หายใจไปด้วย การพาจิตใจกลับมาไว้ที่ร่างกายบ่อยๆ เป็นการเปิดโอกาสให้สมองและความรู้สึกได้มีจังหวะพักผ่อนและฟื้นฟู

6. ความสะอาดของพื้นที่พักอาศัยและพื้นที่ทำงานมีผลให้จิตใจสดชื่นขึ้น

ทำความสะอาดพื้นที่ที่เราอยู่และทำงานบ่อยๆ การเคลียร์สิ่งของทางกายภาพ แม้แต่การเช็ดฝุ่น เป็นการเคลียร์ความรู้สึกของเราที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ด้วย จะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นได้

7. เมื่อรู้สึกไม่ไหว อาจมีความท่วมท้นทางอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เราสามารถกลับมาดูแลตัวเองแบบง่ายๆ ได้ เช่น ยืดเหยียดร่างกาย หายใจ ใช้สิ่งของในธรรมชาติเป็นตัวช่วย หรือเข้าสู่การบำบัดทางร่างกาย ทางพลังงาน หรือบำบัดสิ่งที่ติดค้างทางจิตใจ

เวลาไม่ไหว พยายามใช้ตัวช่วยที่มีการรุกล้ำกับระบบของร่างกายจากน้อยไปหามาก เริ่มจากตัวเรา เช่น ยืดเหยียดร่างกาย หายใจ ไปสู่ของที่มาจากธรรมชาติ เช่น จิบชาสมุนไพร มองดูดอกไม้ จุดธูปที่ได้จากเนื้อไม้ธรรมชาติ ใช้ยาสมุนไพรช่วยดูแลอารมณ์ แช่น้ำ ไปสู่การบำบัดทางร่างกาย เช่น กายภาพบำบัด นวด หรือการบำบัดทางพลังงาน เช่น เรกิ โฮมีโอพาที เสียงบำบัด หรือการบำบัดสิ่งติดค้างทางจิตใจ เช่นศิลปะบำบัด เป็นต้น ซึ่งสามารถทำร่วมกับการเยียวยาจิตใจ เช่น การพูดคุย ทำความเข้าใจสิ่งติดขัดในใจ ไปสู่ยาที่ได้จากการสกัดและใกล้เคียงธรรมชาติ เช่น น้ำมันหอมระเหย แล้วจึงค่อยไปสู่ยาเคมี เช่น ยานอนหลับ หากร่างกายหรือความรู้สึกไม่ไหวจริงๆ ใช้ยาเคมีแล้วให้ใช้วิธีอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อดึงให้ตัวเรากลับมาสู่สมดุลในจุดที่ไม่ต้องใช้ยาได้เร็วขึ้น (เพื่อนๆ สามารถปรึกษากับกลุ่มที่ทำงานเรื่องนี้ได้ เพื่อหาวิธีที่เหมาะกับตัวเรา)

8. ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงที่เราปรารถนา คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสังคม และวัฒนธรรม สร้างกระบวนการยอมรับให้เกิดกับตนเอง ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใช้ระยะเวลานาน

You may also like

Leave a Comment