Home Highlight “ฉันไม่สกปรก” เมื่อเลือดเดือนผู้หญิงส่งเสียง

“ฉันไม่สกปรก” เมื่อเลือดเดือนผู้หญิงส่งเสียง

by หลังบ้าน

 “ประจำเดือนเกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคน แต่ทำไมมันไม่มีสอน เป็นสิ่งที่เราพูดไม่ได้ แล้วเรากลับต้องค้นหาเอาเอง เช่น ทดลองใช้ผ้าอนามัยแบบมีปีก ไม่มีปีก หรือต้องใส่กับกางเกงในแบบไหนถึงจะไม่เลอะ”

ผู้หญิงเรามีเลือดไหลออกมาจากจิ๋มทุกเดือน แต่ขนาดที่เรามีกันทุกเดือน การจะพูดถึงเราก็ยังไม่พูดออกมาตรงๆ เช่นคำว่า “เลือด” เราก็ไม่ระบุออกมาตรงๆ ว่าเรามีเลือด แต่เรามีคำเรียกใช้ว่า “เมน” (ที่ย่อมาจาก menstruation) หรือใช้ “ประจำเดือน” แทน แม้แต่เรื่องพื้นฐานการจะระบุชัดว่าฉันมีเลือดนะช่วงนี้ ขอผ้าอนามัยหน่อย สังคมก็ยังสอนสั่งให้พูดเลี่ยงเสียงเบาๆ ไปว่า “แกๆ เมนมา ขอขนมปังหน่อย” ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงจะดูแลตัวเองยังไงเวลามีเลือด ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่มีสอนอย่างตรงไปตรงมา เราต้องผจญภัยค้นหาวิธีรับมือกับเลือดของเราเอง

ทำไมเรื่องพวกนี้เรา-ผู้หญิง ถูกหล่อหลอมให้หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงสภาวะร่างกายของตัวเอง ยังไม่นับข้อห้ามที่ถูกอ้างผ่านความเชื่อสารพัด อย่าง “เวลาเลือดประจำเดือนมาจะจุดดอกไม้ธูปเทียนถวายพระไม่ได้” “กางเกงใน หรือผ้าถุงเปื้อนเลือดต้องแยกซัก แยกตาก จะซักรวมกับของผู้ชายในบ้านไม่ได้” “ห้ามตากกางเกงในเปื้อนเลือดให้พ่อเห็นนะ” ฯลฯ

“การเมืองหลังบ้าน” ร่วมกับ “หิ่งห้อยน้อย” จัดวงคุยเลือดเดือน ชวนผู้หญิงคุยเรื่อง “เลือด” ในแต่ละ “เดือน” ของตัวเอง เรื่องของร่างกายผู้หญิงที่ต้องประสบทุกๆ เดือน แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงน้อยมาก แม้กระทั่งในกลุ่มเพื่อนผู้หญิงด้วยกันเอง ชวนมาพูดคุยในสิ่ง “ต้องห้าม” เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของผู้หญิงที่จะเรียกคืนอำนาจในเนื้อตัวร่างกายของเรา และสร้างพลังความรู้ที่มาจากร่างกาย จากประสบการณ์ตรงของผู้หญิงเอง

เพื่อว่าสักวันหนึ่ง ประสบการณ์ที่เลือดมา จะไม่เป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวและเจ็บปวดอีกต่อไป

ประสบการณ์เลือดมาครั้งแรก

วงคุย-วงเวิร์คชอปเรื่องเลือดเดือน จัดขึ้นหลายครั้ง ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา กับผู้หญิงหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้หญิงวัยกลางคน แรงงานหลากชาติพันธุ์ พม่า-ไทยใหญ่-คะฉิ่น ไปจนถึงวัยรุ่นชนชั้นกลางในเมืองหลวง ผู้หญิงแต่ละคนมีฐานะทางเศรษฐกิจและพื้นเพแตกต่างกัน แต่สิ่งที่พวกเธอต่างมีร่วมกันคือ ประสบการณ์เลือดไหลจากจิ๋มครั้งแรกที่ล้วนทำให้วิตกกังวล ตื่นเต้น และตกใจ

“มาตอนป.6 โชคดีที่มีเพื่อนที่เมนเขามาก่อนช่วยดูแล อยู่ๆ เลือดก็ไหลเลอะกระโปรงเรา แล้วเราไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร เป็นเรื่องสยองที่เด็กคนหนึ่งต้องเจอ ต้องแอบไปซื้อผ้าอนามัย แล้วเวลาห่อผ้าอนามัยก็ต้องห่อหนังสือพิมพ์ เป็นความลับ”

“มาตอน ม.2 เมนมาครั้งแรกรู้สึกเศร้ามากเพราะชอบว่ายน้ำ ช่วง 2-3 ปีแรกที่ใส่ผ้าอนามัยรู้สึกตลอดว่ามีสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย มีอะไรมากั้น มีปัญหาเรื่องการใส่ว่าต้องใส่ตำแหน่งไหนถึงจะไม่เลอะ”

“มาตอน ป.4 ตอนนั้นไม่รู้เรื่อง รู้จากการที่ไปหาหมอ กลัว เมนมันมากกว่าแค่เมน มันส่งผลต่อร่างกาย ส่วนสูง สีผิว สิว เราเป็นสิวตอนป.4 ตอนประถมก็เป็นเด็กที่อารมณ์แปรปรวน เพื่อนก็มองว่าไม่โอเค ซึ่งส่วนหนึ่งมันก็มาจากฮอร์โมนประจำเดือนของเรา สิ่งที่พ่อแม่สนใจไม่ใช่เรื่องระบบร่างกายหรือสุขภาพจิตอะไรเลย เขากลัวแค่ว่าเราจะไม่สูง… รู้สึกแย่มาตลอด ไม่อยากมี ว่าทำไมเราต้องมีเมน เพราะทำให้ชีวิตเราลำบาก”

ทุกคนต่างมีความเจ็บปวดร่วมกันยามเลือดมาเป็นครั้งแรก และค้นพบว่าประสบการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย ทั้งนี้เพราะไม่เคยมีโอกาสและพื้นที่ที่จะได้พูดถึงประสบการณ์ส่วนตัวยามมีเลือดของแต่ละคน บางคนเลือดมาน้อย บางคนมามาก บางคนปวดท้องหนัก บ้างก็ไม่ค่อยปวดเลย ตลอดจนผู้หญิงถูกบอกอย่างไรบ้างเวลาเลือดมา ทำไมเลือดของผู้หญิงเราจึงเป็นเรื่องที่พูดถึงไม่ได้ กลายเป็นสิ่งต้องห้ามและสกปรก

ผู้หญิงมุสลิมสามจังหวัดเล่าว่า เวลาประจำเดือนมา ห้ามจับพระคัมภีร์ และต้องซักผ้าอนามัยก่อนนำไปทิ้ง เพราะต้องป้องกันว่าจะมีคนเอาเลือดจากผ้าอนามัยตนเองไปทำไสยศาสตร์ได้ และบางที่ต้องเอาไปเผา

ผู้หญิงพม่า-ไทยใหญ่ ถูกห้ามไม่ให้จุดธูปเทียนถวายดอกไม้ในช่วงที่ประจำเดือนมา

ผู้หญิงไทยพุทธบางพื้นที่ ถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาเวลามีประจำเดือน
ในเชิงไสยศาสตร์ มีความเชื่อว่า เลือดเดือนของผู้หญิงทำลายความศักดิ์สิทธิ์ได้ ผู้หญิงถูกบอกว่า เลือดประจำเดือนของตนเองสกปรก น่ารังเกียจ

และโดยอัตโนมัติ(?) ผู้หญิงเองก็รับความคิดนี้มาใส่ตัว ใช่ เลือดเราสกปรก เหม็น เน่า อี๋ ให้ใครเห็นว่าเราเลือดเลอะไม่ได้ อายเขา

“เวลาเลือดมาต้องระวังตัว ห้ามเลอะเทอะ หรือซึมออกมาให้คนเห็น คนจะหาว่าดูแลตัวเองไม่ดี อายเขา”

ตลอดจนข้อห้ามสารพัดที่ตกทอดต่อกันมา จากไหนก็ไม่รู้ รู้แต่เป็นข้อห้าม ห้ามผู้หญิงช่วงมีเลือดทั้งนั้น ห้ามไม่ให้แตะผลไม้ที่กำลังหมักดอง เดี๋ยวของเน่า ห้ามเด็ดยอดผักจะทำให้ทั้งต้นเน่า ห้ามปลูกต้นไม้ ห้ามเข้าใกล้ผู้ชายเดี๋ยวจะท้อง ฯลฯ

แน่นอนว่า คำห้ามเหล่านี้สร้างความลำบากให้แก่ผู้หญิง ให้ต้องคอยระวังตัว ทั้งๆ ที่เวลาเลือดมาก็ไม่ได้จะสบายตัวเท่าไร ในพื้นที่ที่มีแต่คำห้าม แต่ไม่มีความรู้ หรือการส่งต่อประสบการณ์ บางครอบครัวมีแม่คอยบอกเล่า ก็ได้รับข้อมูลมาบ้าง แต่ก็มีอีกมากที่มองว่าเรื่องประจำเดือนเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดถึง การจะพูดจะบอกต่อประสบการณ์ จึงเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น ฉะนั้นยามเลือดมา ผู้หญิงทุกคนล้วนต้องคลำทางหาวิธีที่เหมาะสมกับเนื้อตัวร่างกายตัวเอง ซึ่งประสบการณ์ของเพื่อนผู้หญิงแต่ละคนก็แตกต่างกันไป

ทั้งยังโยงไปถึงการที่จะไม่พูดถึงเรื่องเลือดเดือดอย่างเปิดเผย ส่งผลให้สังคมขาดองค์ความรู้ เพศตรงข้าม ผู้อื่นที่ปฏิสัมพันธ์กับผู้หญิงไม่เข้าใจ สภาพแวดล้อมในสังคมไม่รองรับสุขภาวะของผู้หญิงได้อย่างเหมาะสม เช่น อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่ปรับให้เย็นไว้ก่อน ทั้งๆ ที่ผู้หญิงยามเลือดมาต้องการอุณหภูมิที่อบอุ่นจะทำให้สบายตัวไม่ปวดท้อง หรือการที่ไม่มีวันลาป่วยสำหรับการปวดประจำเดือน การปวดประจำเดือนถูกทำให้กลายเป็นเรื่องเล่นๆ ผู้ชายไม่เชื่อว่าเป็นความเจ็บปวดมหาศาลที่ผู้หญิงต้องประสบในทุกเดือน ตลอดจนราคาผ้าอนามัย สิ่งจำเป็นที่ผู้หญิงต้องใช้ทุกเดือน แต่กลับไม่มีการควบคุมราคา ไม่มีสวัสดิการผ้าอนามัย

ทั้งนี้เพราะสังคมขับเคลื่อนไปด้วยวิธีคิดความคิดแบบผู้ชาย วิทยาศาสตร์ การแพทย์ตะวันตก ฯลฯ และไม่เคยทำความเข้าใจ ไม่เป็นมิตรต่อสภาวะร่างกาย อารมณ์ และจิตใจของผู้หญิงอย่างแท้จริง

เขาว่า เลือดเราสกปรก จริงหรือ?

เลือดที่ไหลออกมาเวลามีดบาดเรา กับเลือดที่ไหลออกมาจากมดลูกทุกเดือน แตกต่างกันตรงไหน ในเมื่อก็เป็นเลือดเหมือนกัน?
เมื่อคำถามนี้ถูกโยนเข้าไปในวงสนทนา เสียงตอบรับก็บังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ไม่ได้ เลือดเราสกปรก” “มันมีกลิ่นเหม็น” “มันปนกับฉี่แล้วมันมีกลิ่นเหม็นอับชื้น”

“เขาบอกว่าเลือดประจำเดือนเราทำให้ ‘ของ’ เสื่อม” “ก็ถ้าเขากลัวเลือดเราทำ ‘ของ’ เสื่อม แสดงว่าเลือดเราก็ศักดิ์สิทธิ์สิ”

ไม่ว่าจะถูกสังคมแปะป้ายยังไงก็ตาม เลือดก็เป็นสิ่งที่อยู่กับผู้หญิงเราทุกเดือน ตั้งแต่อายุเลขตัวเดียว ไปจนถึงหลักห้าสิบ และการมาของเลือดแต่ละเดือน ก็ส่งผล ก่อน ระหว่าง หลัง ต่อร่างกาย สภาพอารมณ์ของผู้หญิงแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ใช่แค่นั้น “สี” ของเลือดในแต่ละครั้ง แต่ละช่วง ของแต่ละคน ก็ไม่เหมือนกันด้วย

แดงอ่อน แดงเข้ม น้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม ดำ ขาว
หยดเดียว สองหยด เปรอะเปื้อน แดงฉาน
เป็นก้อน เป็นเมือก แดงสด แห้งกรัง
เป็นหน้าตาเลือด ที่ออกมาบนแผ่นผ้าอนามัยของเพื่อนผู้หญิงแต่ละคน

เมื่อผู้หญิงแต่ละคนได้มาละเลงเลือดเดือนของตัวเอง (อันมาจากของกินได้ทั้งปวง เช่น น้ำหวาน ช็อกโกแลต แยม น้ำเชื่อม ฯลฯ) บนแผ่นผ้าอนามัยกระดาษร้อยปอนด์ ความคึกคักก็เกิดขึ้น บ้างสนุกกับการหาส่วนผสมที่ใช่ของเลือดแต่ละช่วงของตัวเอง บ้างร้องขอแผ่นมาอนามัยเพิ่ม เพราะเลือดมาเยอะ แผ่นเดียวไม่พอ บ้างแตะแต้มเพียงจุดสองจุด พลางบ่นมาน้อย เปลืองผ้าอนามัย

ก่อนจะมาแลกเปลี่ยนว่าเลือดแต่ละเดือนของตนเองหน้าตาเป็นยังไง เพราะอะไร และอาการก่อน หลัง และระหว่างมีเลือดเดือนของตนเป็นอย่างไร ใช้ “ปัญญา” อะไรในการผ่านความเจ็บปวดในแต่ละเดือนมาได้ (อ่านบทความ วิธีดูแลตัวเองช่วงมีเลือดเดือน) ปัญญาจากเพื่อนผู้หญิง ว่าด้วยปัญญาของผู้หญิงในช่วง ก่อน หลัง และระหว่างมีเลือดเดือน)

และ พวกเราได้ค้นพบร่วมกันว่า ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อได้เงี่ยหูฟังเสียงร่างกายอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเสียงจาก “มด” (มดลูก) ที่ผู้หญิงเรามักไม่ค่อยได้ใส่ใจ มดผู้เกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับเลือดในแต่ละเดือนของเรา เลือดในแต่ละเดือนนี้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา บางทีเขาก็เปลี่ยนแปลงเติบโตไปพร้อมกับตัวเรา เลือดที่ปรากฏให้ผู้หญิงเราเห็นแต่ละเดือน ต่างบอกอะไรบางอย่างแก่ตัวเราอยู่ และทำไมเราจะพูดถึงเรื่องเลือดของเราไม่ได้

ขอเพียงเราเงี่ยหู ตั้งใจฟัง และส่งต่อ 


“Flower blooming here” เงี่ยหูฟังเสียงเลือดเดือนของเรา

เมื่อลองเงี่ยหูฟัง เราจะได้ยินว่าเลือดอยากบอกอะไรกับเรา

“เลือดของฉันไม่ใช่สิ่งสกปรก มันสะอาด”
“เลือดของฉันตั้งแต่เริ่มมาและจากไปก็ยังสะอาดอยู่”
“เลือดของฉันตอนที่มาและจะหมด เป็นอิสรภาพ…”

“เลือดฉันมีคุณค่า เพราะเลือดฉันสร้างชีวิต”
“ฉันเป็นเลือดที่สุขภาพดีและมีความคิดสร้างสรรค์”
“ฉันมีคุณค่า ฉันเป็นส่วนที่สร้างมนุษย์ ทำให้ร่างกายและหัวใจเข้มแข็ง”
“เป็นสิ่งดีๆ การที่เมนมาทำให้ร่างกายสมบูรณ์”
“เลือดทำให้มีความสุขและเป็นเลือดที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น”

“ถึงฉันจะทำให้เธอเจ็บปวด แต่ต้อนรับฉันในรอบหน้านะ”
“เลือดประจำเดือนไม่ใช่สิ่งสกปรก เป็นสัญลักษณ์ที่ให้ชีวิตใหม่ และตอนที่เมนมา เราพร้อมจะมีเซ็ก”
“เลือดฉันบอกฉันว่า ฉันนำสิ่งมหัศจรรย์มาให้กับเธอ”

You may also like

Leave a Comment