เมื่อพูดถึงคำว่า สุขภาวะ หรือ Well-being หมายถึง ภาวะที่มีความสุข ซึ่งครอบคลุมด้านต่างๆ ของชีวิต เราจำแนกความสุขออกเป็น 10 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ร่างกาย ความคิด อารมณ์ ความสัมพันธ์ เพศ จิตวิญญาณ ธรรมชาติ เศรษฐกิจ และสังคม-การเมือง สิ่งแวดล้อมรอบตัว
ความสุขแต่ละด้าน ส่วนหนึ่งเราสามารถดูแลได้ด้วยตัวเอง และมีส่วนที่ต้องอาศัยโครงสร้างสังคมและนโยบายรัฐจัดการรองรับให้เกิดขึ้นร่วมด้วย
ความสุขแต่ละด้านมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างไม่อาจแยกขาด เพราะความสุขคือพลังขับเคลื่อนชีวิต เมื่อความสุขนั้นสำคัญ เรามาทำความรู้จักและดูแลความสุขแต่ละด้านไปด้วยกันดีกว่าเนอะ

ด้านที่ 1 คือ ความสุขด้านร่างกาย

  • มีอาหารที่เอื้อให้มีสุขภาพดี น้ำสะอาดสำหรับดื่มและใช้ในชีวิต
  • การขับถ่าย และการพักผ่อนนอนหลับที่เพียงพอและเหมาะสมกับแต่ละคน
  • สัญญาณที่จะบอกว่าความสุขด้านร่างกายกำลังหดหาย คือความปวดเมื่อยเนื้อตัวร่างกาย ปวดหัว ปวดท้อง ไปจนถึงนอนไม่หลับ เป็นภูมิแพ้ เป็นหวัดอยู่ตลอด หรือไม่ก็นอนไม่อยากตื่น เหนื่อยล้าตลอดเวลา


ด้านที่ 2 ความสุขด้านความคิด

  • มีความคิดเปิดกว้าง
  • เห็นคุณค่าของตัวเอง
  • มีความคิดต่อตัวเองและคนอื่นในเชิงบวก แต่สามารถใช้ความคิดเชิงลบได้อย่างเป็นประโยชน์เมื่อต้องมองในมุมกลับ หรือใคร่ครวญเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เป็นอันตราย
  • สามารถคิดอย่างเป็นกลาง มีเหตุผลและแยกแยะได้
  • สามารถสื่อสารถึงสิ่งที่คิด
  • ตระหนักว่าเรามีปัญญามีความสามารถ กล้าตัดสินใจ
  • สัญญาณที่บอกว่าความสุขด้านความคิดกำลังถูกกระทบคือ เราอาจเริ่มคิดว่า สังคมนี้สิ้นหวัง หรือคิดว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย ไม่มีทางเลือก มองอะไรก็ติดลบไปหมด สิ่งที่เคยรู้สึกดีก็รู้สึกแย่ ไม่ไว้วางใจใคร แม้แต่รู้สึกแย่กับตัวเอง คิดว่าตัวเองไม่ดี ไม่มีความสามารถ ไปจนถึงสับสน ตัดสินใจยาก หลงลืมในสิ่งที่ทั่วไปจำได้


ด้านที่ 3 ความสุขด้านอารมณ์

  • เบิกบาน เป็นสุข มีอารมณ์มั่นคง
  • เมื่อมีอารมณ์เชิงลบ เช่น โกรธ เสียใจ น้อยใจ สามารถอนุญาตให้ตัวเองรู้สึก
  • สื่อสารอารมณ์ของตนเองได้
  • สามารถดูแลอารมณ์ของตัวเองที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความคลี่คลาย
  • สัญญาณที่จะบอกว่าความสุขด้านอารมณ์ของเรากำลังแย่ลง ได้แก่ มีอารมณ์หงุดหงิด ขวางหูขวางตา พร้อมจะตอบโต้ ใครพูดอะไรมาก็ไม่อยากอดทน ไปจนถึงมีอาการเศร้าซึมโดยไม่มีสาเหตุ ร้องไห้คนเดียว


ด้านที่ 4 ความสุขด้านความสัมพันธ์

  • มีความสัมพันธ์ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย
  • สามารถเป็นตัวของตัวเอง ปลอดภัยที่จะพูด และแสดงออก
  • สื่อสารกับคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ได้
  • มีความสัมพันธ์ที่เคารพกัน ไม่เอาเปรียบ
  • ความสัมพันธ์ทำให้ตัวเราเติบโต มั่นใจ และเป็นตัวของตัวเอง
  • สัญญาณที่บอกว่า ความสุขในด้านความสัมพันธ์ของเราไม่ได้รับการเติมเต็มคือ เรารู้สึกไม่ปลอดภัย กังวล ไม่ไว้วางใจ ตั้งคำถามกับตัวเอง ไม่ภาคภูมิใจในชีวิตในการอยู่ในความสัมพันธ์นั้น ไม่สามารถสื่อสารกันได้ถึงความรู้สึกและความต้องการของแต่ละคน รู้สึกถูกเอาเปรียบ ไม่ได้รับการเคารพ


ด้านที่ 5 ความสุขด้านเพศ

  • สบายใจและมั่นใจกับร่างกายของตัวเราเอง
  • เข้าใจและยอมรับเพศแบบที่ตัวเราเป็น เป็นตัวเองได้อย่างสบายใจ
  • สามารถมีความรักความชอบ รสนิยมทางเพศ และแสดงออกทางเพศโดยได้รับการยอมรับและเคารพ
  • สามารถบอกความต้องการหรือไม่ต้องการทางเพศได้ และความต้องการของเราได้รับการยอมรับ และเคารพ
  • สัญญาณที่บอกว่าความสุขในเรื่องเพศของเรากำลังถูกกระทบคือ เรามีความต้องการทางเพศมากหรือน้อยกว่าปกติธรรมชาติของตัวเองโดยไม่มีเหตุทางเพศมาเกี่ยวข้อง เราไม่มั่นใจบางส่วนในร่างกายของเรา เราอึดอัดที่ไม่สามารถสื่อสารความต้องการหรือไม่ต้องการในแบบที่เราเป็นจริง ๆ หงุดหงิด อึดอัด ไม่ผ่อนคลายในเรื่องเพศ กังวลเกี่ยวกับเรื่องเพศ


ด้านที่ 6 ความสุขด้านความสัมพันธ์กับธรรมชาติ

  • มีทัศนคติเชิงบวกต่อสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ
  • สามารถเข้าถึงและสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ ได้รับความรู้สึกที่ดี และพลัง เมื่ออยู่ในพื้นที่ธรรมชาติหรือเชื่อมโยงกับสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ
  • สังเกตและเชื่อมโยงกับความเปลี่ยนแปลงในธรรมชาติได้
  • รับรู้ว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ อย่างไม่แปลกแยก
  • สัญญาณที่บางบองว่าเราอาจจะกำลังขาดความสุขด้านธรรมชาติคือ ห่อเหี่ยว แห้งแล้ง ไม่สดชื่น เหมือนจะไม่สบายอยู่เรื่อย ๆ อาการเพลีย รู้สึกขาดพลัง โดดเดี่ยว ขาดความคิดสร้างสรรค์ ไม่เห็นความเป็นไปได้ สับสน ลังเลสงสัย หวาดกลัวสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ รู้สึกแปลกแยก


ด้านที่ 7 ความสุขจิตวิญญาณ

  • มีความมั่นคงภายใน
  • เปี่ยมด้วยความฝัน แรงบันดาลใจ
  • มีความหวัง
  • รับรู้ว่าเรากำลังใช้ชีวิตไปในเส้นทางที่เราให้ความหมายและให้คุณค่า
  • สัญญาณที่บ่งบอกว่าความสุขทางจิตวิญญาณลดลงคือ รู้สึกว่าตัวเราไม่มีคุณค่า ชีวิตไม่มีคุณค่า ขาดชีวิตชีวา ขาดแรงบันดาลใจ ตั้งคำถามกับเส้นทางที่เลือกเดิน ขาดความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปในแบบที่เป็นอยู่ รู้สึกสั่นคลอน หาฐานที่ตั้งมั่นไม่เจอ


ด้านที่ 8 ความสุขด้านเศรษฐกิจ

  • รู้สึกว่ามั่นคง อยู่ได้ มีทรัพยากรเพียงพอในการใช้ชีวิต
  • รับรู้ถึงสิทธิของตัวเราที่จะมีความอุดมสมบูรณ์
  • ได้รับการสนับสนุนจากระบบ ทำให้รู้สึกว่ามั่นคงทางเศรษฐกิจ
  • ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ต้องแก้ที่ระบบ
  • สัญญาณที่บ่งบอกว่าความสุขทางเศรษฐกิจของเราไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมคือ กังวลเรื่องรายรับรายจ่าย กังวลกับความมั่นคง รู้สึกว่าตัวเราไม่เหมาะสมที่จะได้รับการดูแลทางเศรษฐกิจให้อยู่ในความอุดมสมบูรณ์ หรือในทางตรงกันข้ามคือ รู้สึกว่าต้องแสวงหาทรัพย์อยู่ตลอดเวลา มีเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกว่าเพียงพอ รู้สึกตีบตัน ไม่รู้จะดูแลปากท้องอย่างไร ขัดแย้งข้างในเกี่ยวกับการทำมาหากิน


ด้านที่ 9 ความสุขด้านสังคม-การเมือง

  • เท่าทันระบบที่ไม่เป็นเป็นธรรมทางสังคม
  • เข้าใจวิธีการที่ระบบและนโยบายจัดการกับเรา ในฐานะกลุ่มคนบางกลุ่ม ผ่านการตีตรา และการจัดสรรทรัพยากรอย่างไม่เป็นธรรม
  • มีระบบสังคมที่เราสามารถมีส่วนร่วม รับฟังความต้องการของคนทุกกลุ่ม เข้าถึงได้
  • อยู่ในสังคมที่ไม่ใช้อำนาจบีบบังคับให้เป็นไปตามนโยบายใด ๆ
  • สัญญาณที่บ่งบอกว่าความสุขทางสังคม-การเมืองของเราหายไป คือ รู้สึกแปลกแยกกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง มีทัศนคติแง่ลบกับการเมือง (เกิดจากระบบที่ไม่ดี ทำให้เราผิดหวังและรู้สึกถอนตัว) ขาดความหวังว่าจะพัฒนาสังคมอย่างไรให้ดีขึ้น มีทัศนคติเชิงลบกับกลุ่มคนบางกลุ่ม (แทนที่จะรู้สึกแย่กับคนเป็นคนๆไป) รู้สึกหวาดกลัวผู้มีอำนาจในสังคม

ด้านที่ 10 ความสุขด้านสภาพแวดล้อม

หมายถึงการได้อยู่ในสภาพแวดล้อม เช่น บ้าน ที่ทำงาน การรวมกลุ่มทำงาน ที่สนับสนุนการมีสุขภาวะที่ดีของเรา รวมไปถึง :

  • มีพื้นที่ที่เราสามารถผ่อนคลายร่างกายและจิตใจได้
  • มีความเป็นส่วนตัว
  • พื้นที่ในการทำงานหรือการพักผ่อนแยกแยะเป็นสัดส่วนชัดเจน
  • สะอาด
  • อากาศบริสุทธิ์
  • ไม่ค่อยมีเสียงรบกวน แต่ถ้ามีเสียงรบกวน ก็ควรมีช่วงพักหยุดเงียบบ้าง
  • มีแสงสว่างเพียงพอ และดับไฟในเวลากลางคืน
  • ไม่สัมผัสกับสารเคมีที่เป็นอันตราย เป็นระยะเวลานานหลายชั่วโมงติดกัน สารเคมีดังกล่าวรวมถึงอุปกรณ์หรือสารที่ใช้ในบ้านและที่ทำงาน เช่น น้ำหอมสังเคราะห์ น้ำยาทำความสะอาด และพลาสติกบางชนิด ฯลฯ
  • มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนในย่านความถี่ต่ำหรือมีช่วงพักจากการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เช่น จากเครื่องใช้ไฟฟ้า)
สัญญานที่บ่งบอกว่าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำลายสุขภาวะ
  • มีอาการไม่สบายทางกาย เช่น มีผื่นคัน ท้องอืด เจ็บคอ เจ็บหน้าอก เวียนหัว ภูมิแพ้
  • มีอาการหงุดหงิดโดยที่เราไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดเมื่อเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นๆ
  • รู้สึกเฉี่อยชาทั้งๆ ที่เราควรจะผลิตงานที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ
  • ไม่สามารถผ่อนคลายหรือนอนหลับในพื้นที่พักผ่อนได้
  • ร่างกายและจิตใจไม่สามารถผ่อนคลายหรือมีสมาธิ
  • เราพยายามจะเสพติดอะไรบางอย่างเมื่อเราเข้าไปอยู่ในสถานที่แห่งนั้น

You may also like

Leave a Comment