Home บทความ เธอมาทุกเดือน…ว่าด้วยเรื่องประจำเดือน

เธอมาทุกเดือน…ว่าด้วยเรื่องประจำเดือน

by หลังบ้าน

เปิดวงคุยเรื่องเมนส์...เรื่องลับที่ควรเปิดเผย

“เรื่องเมนส์มีเรื่องต้องคุยกันถึงขนาดคุยกันเป็นวันๆ เลยรึ” เพื่อนชายคนหนึ่งถามด้วยความประหลาดใจเมื่อรู้ว่าฉันกำลังจะไปร่วมงานพูดคุยเกี่ยวกับประจำเดือนที่จัดโดยกลุ่มฟื้น ที่ทำงานดูแลสุขภาวะทางกายและใจแก่นักกิจกรรมและกลุ่มการเมืองหลังบ้าน 

ฉันเองก็สงสัยว่าพวกเขาจะคุยกันเรื่องอะไร ตราบจนเมื่อมาเข้าร่วมวงจึงรับรู้ว่า “ประจำเดือน” หรือ “เมนส์” เป็นเรื่องที่ถูกทำให้เป็นเรื่องปกปิดและน่าอาย บางวัฒนธรรมมองว่าเป็นของต่ำเสียจนไม่มีใครอยากเอ่ยถึงทั้ง ๆ ที่มีความสำคัญถึงขนาดต้องทำให้เป็นเรื่องสาธารณะและเป็นประเด็นแห่งชาติเลยทีเดียว เพราะหากเรารู้จักประจำเดือนดีพอ เราจะเป็นสังคมที่มีสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ

ประจำเดือนครั้งแรก…ตกใจ กลัว อาย

ในวงสนทนาที่มีผู้เข้าร่วมจากกลุ่มคนที่หลากหลายทั้งด้านครอบครัวและการศึกษากว่า 10 คน ทุกคนล้วนมีจุดร่วมเดียวกันคือการมีเมนส์ครั้งแรกนั่นเป็นเรื่องน่าตกใจและน่าอายระดับ “ฝันร้าย” และบางคนยังจดจำเหตุการณ์นั้นได้อย่างแม่นยำแม้เวลาจะผ่านมาครึ่งค่อนชีวิต

“ครั้งแรกที่เป็นเมนส์ตอนนั้นอยู่ป.6 วันที่ 6 มิถุนายน เราลงรถสองแถวเดินไปโรงเรียน รู้สึกว่ามีอะไรหยดบนพื้นแต่ไม่กล้าหันไปมอง จนมีเพื่อนชายคนหนึ่งบอกว่าเธอมีเลือดออกมาจากกระโปรงและเป็นห่วงว่าเราจะเป็นตราย  เพื่อนผู้หญิงอีกคนบอกว่าเขาเรียกว่าเมนส์ พวกเราต้องข้ามถนนไปซื้อผ้าอนามัยหลังโรงเรียนเพราะโรงเรียนไม่มีขาย เพื่อนผู้ชายบอกให้หมุนกระโปรงไปข้างหน้าและเพื่อนผู้หญิงวิ่งนำหน้า ข้ามถนนไปซื้อผ้าอนามัยหลังโรงเรียน ตอนซื้อผ้าอนามัย ที่ร้านห่อหนังสือพิมพ์ให้อย่างมิดชิดจึงรู้สึกว่าเมนส์เป็นเรื่องปิดบัง หลังจากนั้นเมนส์ไม่มาอีก 5 เดือน เราเคยได้ยินว่าถ้ามีเมนส์แล้ว ถ้านั่งสุขาแล้วอสุจิกระเด็นมาถูกจิ๋มจะท้องได้ เราอยู่ด้วยความทุกข์ทรมานว่าเราจะท้องมั้ย เราไม่กล้าถามใคร ไม่กล้าถามแม่ ครูก็ไม่เคยบอกว่าต้องใส่หรือเก็บผ้าอนามัยอย่างไร ไม่มีใครบอกเราเลย” R หญิงสาววัยสามสิบที่บอกว่าสนใจเรื่องประจำเดือนถึงขั้น “หมกมุ่น” เล่าประสบการณ์แบบติดตลก เธอหัวเราะออกเพราะเรื่องราวผ่านมากว่าสิบปีแล้ว

ปัจจุบันเธอทำงานรณรงค์เรื่องผ้าอนามัยกับภาษีและผ้าอนามัยซักได้ เธอเคยไปยื่นจดหมายเรียกร้องให้ยกเลิกภาษีผ้าอนามัยที่รัฐสภา แต่ยังไม่ได้รับความสนใจจากนักการเมืองผู้กำหนดนโยบาย 

“ผ้าอนามัยเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก คำถามยอดฮิตของเด็กที่ส่งเข้ามาถามในกลุ่มเราคือเวลาประจำเดือนมาแรก ๆ จะมาไม่สม่ำเสมอ เขาคิดว่าท้อง เพื่อนที่เป็นนักจิตวิทยาอาสาบอกว่าเด็กถามคำถามนี้มามาก ทำไมเราไม่ให้ความรู้แก่เด็ก ทำให้เด็กจินตนาการเลยเถิดและเครียด ก็เลยอยากทำชุดข้อมูลว่าด้วยเรื่องเส้นทางของเมนส์ เพื่อให้ความรู้เด็ก”

ผ้าอนามัยซักได้…อิสรภาพและความนุ่มนวลราวกับกลับไปเป็นทารกอีกครั้ง

“ใครมีปัญหากับการใช้ผ้าอนามัยใช้แล้วทิ้งบ้าง” 

สิ้นคำถาม ผู้เข้าร่วมประมาณ 80 % ยกมือ ปัญหาที่พบทั่วไปคือผ้าอนามัยมีความอับชื้น แพ้ผ้าอนามัย และผ้าอนามัยราคาแพง บ้างว่าไม่อยากผลิตขยะทุกเดือน เดือนละจำนวนมหาศาล เพราะขยะจากผ้าอนามัยนั้นสกปรกและกำจัดยากมาก ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ด้วยเหตุนี้เมื่อมีทางเลือกใหม่ๆ มาทดแทนผ้าอนามัยใช้แล้วทิ้ง จึงได้รับความสนใจอย่างมาก เช่น ผ้าอนามัยซักได้ที่ทำจากผ้าฝ้าย หรือถ้วยรองรับประจำเดือน

“ตอนไปเรียนญี่ปุ่น เริ่มเห็นผ้าอนามัยซักได้ มีร้านน่ารัก เลยเห็นว่าเรื่องประจำเดือนมันน่ารักได้ เราชอบความน่ารัก เลยซื้อมาลอง และทำใช้เอง ตอนใส่ผ้าอนามัยซักได้ครั้งแรกเหมือนเราอยู่ในผ้าอ้อมตอนเด็ก เราคิดถึงตอนอากงอาม่าดูแลเราในผ้าอ้อม ครั้งแรกที่เอาผ้าอนามัยซักน้ำเห็นเลือดสีแดงสวย ขนลุกเลย มันไม่มีกลิ่น มันสวย เหมือนเราถูกหลอกให้ใช้ผ้าอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งมาตลอดชีวิต อยากให้ทุกคนรู้สึกแบบเรา อยากให้มีงานศิลปะ เอาเรื่องนี้มาพูด” G ผู้บุกเบิกผ้าอนามัยซักได้ที่ทำจากผ้าฝ่ายจนก่อตั้งแบรนด์ Sunny Cotton บอกเล่าประสบการณ์ 

“เราพยายามพัฒนาผ้าอนามัยเพื่อแก้ปัญหาบางอย่างแต่สร้างปัญหาบางอย่างเพิ่มขึ้น เช่น ผ้าอนามัยต้องบางเบา ยิ่งบางยิ่งต้องใช้โพลิเมอร์เจล อยากแก้ปัญหาความอับชื้นก็ใส่เจลเย็น พอกลิ่นเหม็นก็ใส่กลิ่น จิ๋มเราน่าสงสารมาก พอเราใช้ผ้าอนามัยแบบผ้าฝ้ายธรรมดา จิ๋มก็บรรลุธรรมทันที เวลาซักเราแนะนำว่าใช้แค่สบู่ก้อนอย่างเดียว แช่ไว้ ไม่ต้องขยี้ ใช้เบกกิ้งโซดาก็ได้ หรือเวลาอาบน้ำให้ขยี้ให้เลือดออกแล้วตาก เหมือนซักกางเกงในเพิ่มอีกตัวหนึ่ง ประหยัดเงิน ไม่ใช้ผลิตขยะ ไม่อยู่กับความเหม็นและอับชื้นอีกต่อไป” G กล่าว

ถ้วยอนามัย

“เราแพ้ผ้าอนามัยเลยเปลี่ยนมาใช้ถ้วยเพราะประหยัดและไม่อับชื้น ใช้มาปีกว่าแล้วพบว่าเมนส์ที่อยู่ในถ้วยกลิ่นดีกว่า เราดมได้และได้เห็นว่าเมนส์มามากหรือน้อย ถ้ามาเยอะก็เทถ้วยทุก 6 ชั่วโมง สามารถใส่ถ้วยไปว่ายน้ำได้ ตั้งแต่นั้นไม่มีความอับชื้นที่ขาอีกเลย จากที่เคยไม่ชอบการมีเมนส์ ตอนนี้แฮปปี้กับการมีเมนส์มาก” J นักเขียนและผู้สร้างเพจเฟสบุคกลุ่มเหยื่อความรุนแรงทางเพศชื่อ “กล้าเล่า” กล่าวในฐานะผู้ที่ใช้ถ้วยประจำเดือนมาปีกว่าแล้ว

“กรอบทางเพศบังคับว่าเราต้องใช้อะไรรองรับประจำเดือนและถ้วยเป็นของต้องห้ามในผู้หญิงเพราะกลัวสวมใส่ยาก กลัวติดเชื้อ กลัวเยื่อพรหมจรรย์ขาด และกลัวจิ๋มหลวม หลังใช้ถ้วยมาปีกว่าเราเคยถามแฟน เขาบอกว่าเหมือนเดิมนะ การใช้ถ้วยเป็นการทำความเข้าใจร่างกายตัวเอง บางคนไม่รู้ว่ารูฉี่กับรูเลือดมันคนละรู  พอใส่ถ้วยได้มันเป็นการเข้าใจตัวเองระดับหนึ่ง เรารู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลก ตลอดชีวิตนี้ไม่เคยเจอมาก่อน”

ด้าน N นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน บอกว่ามีทัศนคติที่ไม่ดีกับเมนส์ เพราะปวดท้องจนต้องกินยาแก้ปวดมาตั้งแต่เด็ก เมื่อปวดมากจนหมอให้กินฮอร์โมนก็ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการหายปวดกับผลกระทบด้านความสูง เธอเพิ่งเริ่มใช้ถ้วยรองรับประจำเดือนและพบว่าการใช้ถ้วยทำให้ค้นพบสิ่งใหม่เกี่ยวกับตัวเองและเริ่มรู้สึกดีกับประจำเดือน

“พอใช้ถ้วยเรารู้สึกสบายตัวขึ้นและปวดท้องน้อยลง เราเห็นประจำเดือนที่สีและความข้นไม่เหมือนกันในแต่ละวัน เรารอว่าถอดออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร รู้สึกว่าสนุกดี มันทำให้เรารู้จักขนาดและเส้นทางช่องคลอดตัวเอง ถ้าใส่ถูกต้องจะรู้สึกว่าไม่มีอะไรเลย มหัศจรรย์มากว่ารู้สึกอย่างนี้ได้หรือ รู้สึกได้ปลดแอก เราอยากใช้ผ้าอนามัยแบบซีโร่เวสต์ไม่ผลิตขยะมานานแบ้ว ถ้วยนี้จะอยู่กับเราไปอีกเป็นสิบปี ไม่ต้องผลิตขยะจากผ้าอนามัยอีกแล้ว” เธอกล่าวอย่างมั่นใจ

สำรวจทางเดิน  “ประจำเดือน”

การหันมาสนใจเรื่องการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของประจำเดือนคือการสำรวจชีวิตทั้งชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เมื่อสำรวจจึงรับรู้และได้คำตอบว่าเราควรจะปฏิบัติตัวและวางใจอย่างไรเมื่อถึงวันนั้นของเดือน หรือแม้กระทั่งเมื่อเพื่อนสนิทที่ชื่อ “ประจำเดือน” ลาจากไปตามวัยอันควร

“เราสังเกตว่าช่วงเมนส์มา ถ้าเราใช้ชีวิตตามที่ร่างกายบอก เช่น อยากนิ่งๆ ทำอะไรช้า ๆ เมนส์จะมาดี และมีการเติบโตเกิดขึ้นในช่วงเดือนนั้น ความคั่งค้างทางอารมณ์ถูกปล่อยไปพร้อมเมนส์ ความขัดแย้งบางอย่างก็คลี่คลายไปพร้อมเมนส์ พอเมนส์จบลงก็มีการเริ่มต้นใหม่ พลังเยอะ คิดออก มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเราไม่เคารพจังหวะเมนส์ของเรา เราจะปวดท้อง ปวดหัวไมเกรน ไม่สบายตัว เหมือนร่างกายส่งเสียงประท้วง” T นักกิจกรรมจากกลุ่มผู้หญิงหลังบ้านกล่าว

T ยังสังเกตพบว่าประจำเดือนมีพลังพิเศษตามฤดูกาลหรือธรรมชาติ ถ้าประจำเดือนมาช่วงเดือนมืด สภาวะต่างๆ จะคลี่คลายได้ง่าย แต่ถ้าประจำเดือนมาช่วงเดือนเต็มดวงเธอจะอยากทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เธอจึงชวนเชิญให้สังเกตร่างกายและจิตใจในช่วงมีประจำเดือน เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ของร่างกายตัวเอง 

ด้าน M อดีตพนักงานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งบอกว่า เธอเคยต่อสู้เพื่อให้พนักงานหญิงในองค์กรสามารถลาป่วยเนื่องจากการปวดท้องเมนส์ได้สำเร็จมาแล้ว

 “ทุกครั้งที่เป็นประจำเดือนจะปวดมาก ต้องนอนอย่างเดียว กินยาแก้ปวดมา 13 ปี ก่อนหน้านี้ถ้าลางานแล้วเขียนใบลาว่าปวดท้องเมนส์หัวหน้าจะไม่ให้ลา ต่อมามีหัวหน้าที่ลูกเมียมีปัญหาปวดท้องเมนส์เขาจึงเข้าใจและอนุมัติ ล่าสุดมีอาการเนื้องอกในมดลูก ตัดมดลูกและรังไข่ทิ้งหมดเลย ตัดมดลูกแล้วเหมือนเกิดใหม่ เหมือนเป็นเด็กอีกครั้ง ไม่มีประจำเดือน จะทำอะไรก็ได้ ไม่ป่วยอีกเลย ไม่มีภูมิแพ้เลย จากเป็นคนขี้หนาว กลายเป็นร้อนวูบ ๆ หนาวๆ ร้อนๆ” 

ด้าน G แห่ง Sunny Cotton กล่าวถึงประสบการณ์การสังเกตร่างกายและจิตใจในช่วงมีเมนส์ว่า “มีช่วงหนึ่งเคยซึมเศร้า วันหนึ่งไม่อยากทำอะไรเลย ไม่มีกลิ่นหอม ไม่มีอะไรอร่อย จนถึงจุดหนึ่งคิดว่าต้องมีสิ่งที่ชอบ ก็เย็บผ้าอนามัย อยากกิน อยากเที่ยว อยากวิ่งก็ไป ไม่ต้องคิดถึงสิ่งที่แบกรับ ได้กลับมาดูแลตัวเอง กินน้ำขิง กินอาหารดี ๆ ช่วงนั้นเมนส์มา 3-5 วัน และไม่ปวดท้องเลย ก่อนหน้านั้นปวดท้องเลือดน้อย ได้คุยกับเมนส์ สีเลือดแต่ละเดือนสื่อสารกับเรา พอเรากินเยอะนอนพอเลือดจะสวย ถ้าเครียดเลือดจะเป็นลิ่มๆ”

งานศิลปะว่าด้วย “ประจำเดือน”

ในกิจกรรมปิดท้ายการพูดคุยเรื่องประจำเดือนที่กินเวลาหนึ่งวันเต็มๆ คือการลงสีและลักษณะของประจำเดือนของตนเองในช่วงวัยหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ลงบนแผ่นกระดาษรูปผ้าอนามัยที่ต่างคนต่างตัดไว้แล้วก่อนหน้า จากนั้นนำมาแลกเปลี่ยนในกลุ่มใหญ่ เมื่อคนๆ หนึ่งเล่าเรื่องสีสันและผิวสัมผัสของประจำเดือนของตนเอง มิเพียงแต่การมองเห็นภาพทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเห็นเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญในแต่ละช่วงชีวิตของคน ๆนั้นอีกด้วย เช่น ในช่วงที่มีเนื้องอกที่มดลูก สีของประจำเดือนเปลี่ยนเป็นสีคล้ำส่งกลิ่นเหม็น ในช่วงประจำเดือนเดือนท้ายๆ ก่อนก้าวเข้าสู่วัยทองสีเลือดจะเป็นสีน้ำตาลแห้ง เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ประจำเดือนจึงเป็นดัชนีบ่งชี้สุขภาพกายและจิตได้เป็นอย่างดี และการสังเกตประจำเดือนจะเป็นขุมทรัพย์ให้เราพบหนทางในการดูแลสุขภาพของตัวเรา จึงถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาสำรวจสังเกตและใส่ใจสิ่งสำคัญที่เราหลงลืมมาแทบตลอดชีวิต 

You may also like

Leave a Comment