Home Highlight คุณกำลังมีภาวะหมดพลัง (burnout) อยู่หรือเปล่า

คุณกำลังมีภาวะหมดพลัง (burnout) อยู่หรือเปล่า

by หลังบ้าน

ภาวะหมดพลัง หมดไฟ หรือ burnout มีโอกาสเกิดขึ้นกับนักกิจกรรมหรือผู้ที่ทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสังคม เพราะด้วยการทำงานที่เผชิญกับความกดดันอย่างต่อเนื่อง หรือการเผชิญเรื่องราวความรุนแรง และการมีใจอย่างมากกับเรื่องที่ทำ

ภาวะหมดพลัง หมายถึง การมีความเหนื่อยล้าเรื้อรังทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งควรให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพ บั่นทอนซึ่งกันและกันในการเคลื่อนไหว และอาจทำให้ขบวนการสูญเสียเพื่อนร่วมทางที่สำคัญ

การมีภาวะหมดพลัง ไม่ได้หมายความว่า เราผู้มีภาวะเช่นนั้นอ่อนแอ หรือเรามีความผิดที่ดูแลตัวเองไม่ดีพอ แต่ขบวนการควรสนับสนุนซึ่งกันและกันให้สมาชิกนักเปลี่ยนแปลงสังคมสามารถทำงานที่ยากต่อไปได้อย่างยั่งยืน

หากคุณกำลังสงสัยว่าตัวเองกำลังมีภาวะหมดพลังอยู่หรือเปล่า ชวนมาทำแบบทดสอบภาวะหมดพลัง เพื่อดูแลสุขภาพกายใจของตัวเราและขบวนการ อย่าลืมว่า

เราคือส่วนหนึ่งของขบวนการ
ขบวนการคือเรา
สุขภาพกายและใจของเราคือตัวชี้วัดสุขภาพของขบวนการ”

ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับคุณบ่อยแค่ไหน

0 = ไม่เคยเกิดขึ้นเลย, 1 = แทบไม่เกิดขึ้นเลย, 2 = เกิดขึ้นเป็นบางครั้ง, 3 = เกิดขึ้นบ่อยๆ, 4 = เกิดขึ้นเป็นประจำ

1. ฉันรู้สึกเหนื่อยเกือบตลอดเวลาแม้ในช่วงที่ได้นอนพักผ่อนเต็มที่ก็ตาม

2. ฉันหงุดหงิดง่ายแม้กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ฉันมีอารมณ์โกรธง่าย

3. ฉันรู้สึกไม่อยากยุ่งกับใคร และไม่อยากสนใจที่จะรับรู้ปัญหาหรือความต้องการของคนอื่น

4. ฉันไม่สนุกหรือกระตือรือร้นกับงานอย่างที่เคยเป็น การคิดถึงเรื่องงานทำให้ฉันรู้สึกแย่

5. ฉันรู้สึกเศร้า บางครั้งก็โดยหาสาเหตุไม่ได้

6. ฉันหลงลืมมากกว่าปกติ ลืมนัด ลืมวันส่งงาน ลืมรายละเอียดในงาน หรือลืมแม้เรื่องส่วนตัว

7. ฉันพยายามหลีกเลี่ยงการพบปะและสัมพันธ์กับผู้คน และไม่รู้สึกสนุกแม้จะอยู่ท่ามกลางเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัว

8. ฉันรู้สึกเหนื่อยและล้า งานที่เคยทำอยู่ประจำก็รู้สึกว่าต้องเข็นตัวเองอย่างมากเพื่อจะทำให้เสร็จ

9. ร่างกายฉันมีอาการเจ็บป่วย เช่น ปวดท้อง ปวดหัว เป็นหวัดไม่หาย เป็นผื่นแพ้ ท้องผูก หรือเจ็บปวด เมื่อยล้าตามร่างกาย

10. ฉันมีปัญหาเกี่ยวกับการนอน เช่น นอนไม่หลับ ตื่นยาก ฝันร้าย ตื่นกลางดึก หรือนอนเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม

11. การตัดสินใจของฉันแย่ลง เรื่องที่เคยตัดสินใจได้ กลายเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยาก หรือไม่มั่นใจที่จะตัดสินใจ

12. ฉันคิดซ้ำๆ หรือพูดซ้ำๆ เกี่ยวกับบางเหตุการณ์หรือบางคน บางกลุ่ม ที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่ ฉันหยุดตัวเองไม่ได้

13. ฉันมั่นใจในตัวเองน้อยลง ฉันรู้สึกว่าตนเองไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่มีความสามารถ

14. ฉันกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม หรือเบื่ออาหาร กินไม่ลง

15. ฉันเบื่อหน่ายเรื่องเพศ ไม่มีอารมณ์ หรือรู้สึกอยากมีเซ็กส์มากเกินกว่าปกติของฉันเองไปถึงขั้นหมกมุ่น

16. ฉันรู้สึกคลางแคลงใจกับสิ่งที่ทำอยู่ ทำไปแล้วก็ไม่เห็นว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร ความฝันและความคาดหวังในอนาคตเหมือนจะหายไป

17. ฉันสูบบุหรี่มากขึ้น และดื่มเหล้ามาก ต้องใช้ยานอนหลับ ติดเกมมาก หรือติดช็อปปิ้ง

18. ฉันรู้สึกหรือคิดว่าถูกใช้ประโยชน์ และคิดว่าคนอื่นไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ฉันทำ

19. ฉันเบื่อเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนในเครือข่าย ไม่อยากเจอ หรือกังวลเมื่อต้องพบกัน

20. ฉันรู้สึกว่ามีงานที่ต้องทำมากจนทำแทบไม่ไหว บางครั้งไม่รู้ว่าจะเริ่มทำอะไรก่อน

21. ฉันไม่มีสมาธิ ไม่สามารถอยู่กับงานจนเสร็จ หรือไม่มีสมาธิกับการประชุมหรืองานตรงหน้า

22. ฉันทำงานมากกว่าสิบชั่วโมงต่อวัน ทำงานจนดึกดื่น หรือทำงานโดยไม่มีวันหยุดเลยในหนึ่งอาทิตย์

23. ฉันมีความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานหรือคนในครอบครัว

24. ฉันอยากเลิกทำงานที่ทำอยู่

25. ฉันรู้สึกว่าเพื่อนในกลุ่มหรือในขบวนการไม่โอเค ฉันไม่มีความเชื่อในตัวพวกเขา


คะแนนระหว่าง 0 ถึง 25

คุณมีอาการที่เป็นเครื่องบ่งชี้สภาวะที่ไม่โอเคบางอย่าง สื่อว่ามีบางสิ่งที่ไม่โอเคอยู่ในงาน สภาพแวดล้อม หรือคนที่คุณร่วมงานด้วย และมันส่งผลกระทบกับคุณ ควรให้เวลากับตัวเอง ทบทวนว่าเรื่องดังกล่าวคืออะไร และหาวิธีทำงานกับสิ่งนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามในนานวัน จนกลายเป็นภาวะหมดพลังถึงขั้นมองย้อนหาสาเหตุแห่งความไม่โอเคไม่เจอ


คะแนนระหว่าง 26 ถึง 50

มีภาวะหมดพลังขั้นต่ำไปถึงขั้นกลาง ดูแลตัวเองโดยใส่ใจกับสิ่งที่กระทบสุขภาพกายและใจ และปรับให้น้อยลง หรือปรับหาวิธีรับมือที่เหมาะสมกับตัวเองให้มากขึ้น ควรดูแลตัวเองทันที ก่อนที่สุขภาพจะแย่มากขึ้นและจัดการยากขึ้น ใช้วิธีการดูแลตัวเองเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น จิตใจได้ผ่อนคลายอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดภาวะวิกฤตทางสุขภาพกายและใจ ในการลดภาวะหมดพลังในระดับนี้ องค์กรหรือกลุ่มสามารถช่วยกันจัดกิจกรรมหรือมีนโยบายที่ส่งเสริมให้สมาชิกมีเวลาดูแลตัวเองทางร่างกายและจิตใจอย่างสม่ำเสมอ


คะแนนระหว่าง 51 ถึง 75

ภาวะหมดพลังขั้นปานกลางถึงขั้นสูง คุณสามารถป่วยอย่างมากได้หากรอต่อไปอีก หรือไม่คุณก็เริ่มเจ็บป่วยแล้ว ไม่ควรดูดาย และให้ความสำคัญกับการให้เวลาตัวเองพักผ่อน ผ่อนคลายจากงาน ทำกิจกรรมที่นอกเหนือจากเรื่องงาน รวมทั้งจริงจังกับการแสวงหาการสนับสนุนจากกัลยาณมิตร หรือใช้เครื่องมือ การอบรมต่างๆ เพื่อให้สามารถปรับพฤติกรรมทางร่างกายและจิตใจ เช่น การผ่อนพักอย่างมีคุณภาพ การผ่อนคลายจากความเครียด การฝึกหายใจ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อในรูปแบบต่างๆ และการพูดคุยกับคนที่สามารถรับฟังเรา องค์กรควรรับรู้และมีบทบาทในการช่วยเหลือสนับสนุนสมาชิกที่ได้คะแนนภาวะหมดพลังในระดับนี้โดยใช้รูปแบบที่สมาชิกเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วในภาวะวิกฤต หรือมีกิจกรรม เร่งด่วนรองรับ (intervention) ร่วมกับแบบสร้างเสริมสุขภาพ (preventive)


คะแนนระหว่าง 75 ถึง 100

ภาวะหมดพลังไฟขั้นสูงมาก คุณมีสัญญาณบ่งชี้การเสียสุขภาพในระดับที่มากและเป็นอันตราย ควรวางแผนในการดูแลตัวเองทันที คุณต้องการการพักผ่อนโดยเร็วที่สุด เปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน พาตนเองออกจากงาน บอกเพื่อนและคนใกล้ชิดถึงสภาวะที่เป็นอยู่ ระบุความช่วยเหลือที่ต้องการ โดยเฉพาะหากเกิดสภาวะวิกฤตทางร่างกายหรืออารมณ์ ระบุกัลยาณมิตรที่เข้าถึงตัวคุณได้ง่ายหรือคนที่คอยสนับสนุนคุณได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น ถามไถ่และรับฟัง ขอให้คุณจริงจังกับการฟื้นฟูตนเองให้กลับมาแข็งแรงขึ้นก่อนในระยะนี้ องค์กรควรช่วยสนับสนุนสมาชิกที่มีสภาวะหมดพลังในระดับนี้ด้วยการให้เวลา และให้การใส่ใจกับปัญหา ภาระ และความต้องการของเจ้าตัว ให้การสนับสนุนผ่านการสร้างระบบการช่วยเหลือฉุกเฉินที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่วิธีการที่ให้สมาชิกต้องร้องขอเป็นพิเศษเมื่อต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน (เช่น สมาชิกจับคู่เช็กอินกันตามระยะเวลาที่กำหนดร่วมกัน หรือทั้งองค์กรทำงานแค่ครึ่งวัน หรือสี่วันต่อสัปดาห์) ทำควบคู่กับการสร้างเสริมสุขภาพของคนในองค์กรในระยะยาว

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง การฟื้นฟูตัวเองเมื่อหมดพลัง อื่นๆ ได้

วิธีการฟื้นฟูดูแลตัวเองจากภาวะจมดิ่งหมดพลัง

แบบทดสอบ Wellbeing 10 ด้าน

ดูแลตัวเองด้วย ภาพวาดระบายสี “ดอกไม้ให้ตัวเอง”

ทำอย่างไรเมื่อเพื่อนหมดพลัง

เราจะดูแลตัวเองยังไงในสถานการณ์การเมืองแบบนี้

———————————————————————————————-

หากต้องการความช่วยเหลือในเรื่องสภาวะหมดพลังของนักกิจกรรมทางสังคม สามารถติดต่อ เฟซบุ๊กเพจ fullyinwellbeing หรือทางทวิตเตอร์ @fulljaipeople

นักกิจกรรมสามารถเข้าถึงบริการการบำบัดและรับฟังได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ส่วนองค์กร กลุ่ม หรือเครือข่าย สามารถเข้าถึงทรัพยากรและบุคลากรในการสนับสนุนให้เกิดแผนและสภาพการทำงานที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ ความสุข และความปลอดภัยของสมาชิกในกลุ่มหรือขบวนการ ได้ที่ langban.website@gmail.com

ภาพ : ช่อแก้ว ปทานุคม (OXIDE)

อยากเป็นนักวาดภาพประกอบ เบื่อหน่ายกับบทบาททางเพศที่ตายตัว จึงถอนตัวจากทุกสถานะแล้วค้นหาที่ที่อนุญาตให้เราเติบโตได้

You may also like

Leave a Comment